ภูมิประเทศและที่ตั้ง
สหพันธรัฐออสเตรเลียตั้งอยู่ทางซีกโลกใต้ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศไทย ลักษณะประเทศเป็นเกาะ มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก พื้นที่ของประเทศมีทั้งแห้งแล้งและอุดมสมบูรณ์ โดยพื้นที่ 1 ใน 3 ของออสเตรเลียเป็นทะเลทราย
ประชากร
ออสเตรเลียมีประชากรราว 19.4 ล้านคน หนึ่งในห้าของชาวออสเตรเลียเกิดในประเทศอื่น ออสเตรเลียจึงเป็นสังคมหลายชนชาติ หลายวัฒนธรรม
สภาพภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศของออสเตรเลียแตกต่างกันในแต่ละรัฐ อุณหภูมิเฉลี่ย 13 – 27 องศาเซลเซียส สภาพอากาศโดยทั่วไปเป็นแบบร้อนจนถึงอบอุ่น มี 4ฤดู
ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงเดือน กันยายน – พฤศจิกายน
ฤดูร้อน ช่วงเดือน ธันวาคม – กุมภาพันธ์
ฤดูใบไม่ร่วง ช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม
ฤดูหนาว ช่วงเดือน มิถุนายน – สิงหาคม
ตลอดทั้งปีออสเตรเลียจะมีฟ้าใสและแดดแรงโดยเฉพาะเมืองชายทะเลและเมืองในแถบทะเลทราย จึงควรป้องกันการถูกแดดเผา โดยการใส่หมวกและทาครีมกันแดดเสมอ
การปกครอง
ออสเตรเลียปกครองด้วยระบบสหพันธรัฐ โดยรัฐยาลแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ รัฐบาลสหพันธรัฐ รัฐบาลรัฐ และรัฐบาลท้องถิ่น
ไฟฟ้า
ใช้กระแสไฟฟ้า 240 V/250V/50 Hz ปลั๊กที่ใช้ในประเทศเป็นแบบ 3 ขา ถ้าจะนำเครื่องใช้ไฟฟ้าต้องใช้ Adapter ซึ่งสามารถหาซื้อได้ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย
ประปา
น้ำประปาสะอาด สามารถดื่มได้
ศาสนา
ชาวออสเตรเลียร้อยละ 71 นับถือศาสนาคริสต์ ศาสนาอื่นๆ ได้แก่ พุทธ อิสลาม ยิว
โทรศัพท์
โทรศัพท์สาธารณะมีบริการอยู่ทั่วไป มีแบบโทรศัพท์ที่ใช้บัตร และเครดิตคาร์ด ซึ่งสามารถโทรทางไกลข้ามประเทศได้
รัฐและเมืองที่น่ารู้จัก
มณฑลนครหลวงของออสเตรเลีย ( Australia Capital Territory )
มี แคนเบอร็ร่า (Canberra) เป็นเมืองหลวงของประเทศ เป็นศูนย์กลางการปกครอง ตัวเมืองทันสมัยมากเพราะมีการวางผังเมืองอย่างดี มีพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ตึกรัฐสภา หอศิลป์แห่งชาติ และอนุสรณ์วีรชนสมรภูมิแห่งออสเตรเลีย เป็นต้น
นิวเซาท์เวลส์ ( New South Wales )
เมืองหลวง ชื่อ ซิดนีย์ ( Sydney ) มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดและมีขาวไทยและนักศึกษาไทยมากด้วย เป็นเมืองที่คึกคัก เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา มีวัฒนธรรมที่หลากหลายจากหลายชนชาติ ที่ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่
มณฑลตอนเหนือ ( Northern Territory )
มีดาร์วิน ( Darwin ) เป็นเมืองหลวงของมณฑล เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของชาวเผ่าพื้นเมืองอะบอริจิน และได้รับอิทธิพลจากประเทศในภาคพื้นเอเชีย และอินโดนีเซียเป็นอย่างมาก มีร้านค้าขายของเอเชียอยู่มากมาย
ควีนส์แลนด์ ( Queensland )
เมืองหลวง คือ บริสเบน ( Brisbane ) เป็นรัฐแห่งแสงแดด มีป่าดงดิบและป่าชื้นเขตร้อนที่อุดมสมบูรณ์ โครงสร้าของเมืองมีลักษณะกระจาย ไม่ได้รวมตัวกันเป็นกระจุก ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดคนมาจากทั่วโลก เพื่อมาเล่นโต้คลื่น และพักผ่อนที่ Gold Coast และ Sunshine Coast
เซาท์ออสเตรเลีย ( South Australia )
เมืองหลวง คือ อาดิเลค ( Adelaide ) เป็นเมืองแห่งเทศกาลและเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม มีชื่อเสียงด้านศิลปะวัฒนธรรม อะดิเลดได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมยุโรปมากที่สุด และด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เมืองอะดิเลดมีคาเฟ่ทั่วทุกแห่ง
เวสเทอร์นออสเตรเลีย ( Western Australia )
เมืองหลวง คือ เพิร์ธ ( Perth ) เป็นรัฐที่มีพื้นที่มากที่สุด อยู่ทางตะวันตกของออสเตรเลีย อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียง 6 ชั่วโมงครึ่ง ที่นี่มีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงมาก มีบรรยากาศแบบเมืองใหญ่ และมีตึกระฟ้ามากมาย
ทัสมาเนีย ( Tasmania )
เมืองหลวง ชื่อ โฮบาร์ต ( Hobart ) มีลักษณะเป็นเกาะ อากาศหนาว ค่าเรียนและค่าครองชีพถูกที่สุด ปัจจุบันมีประชากรไม่ถึง 200,000 คน
วิคเตอเรีย ( Victoria )
รัฐนี้ได้ชื่อว่า Garden State เนื่องจากมีสวนสาธารณะมากกว่าในรัฐอื่น เมืองหลวงคือ เมลเบิร์น (Melbourne) เป็นเมืองเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ศูนย์กลางด้านศิลปะ กีฬา เป็นเมืองที่มีนักศึกษาไทยมากเป็นอันดับ 2 นับเป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกแบบยุโรปได้มากกว่าเมื่องอื่น ๆ ในประเทศออสเตรเลีย
ระบบการศึกษา
แบ่งออกเป็น 5 ส่วน
1. หลักสูตรภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติ English Language Intensive Courses for Overseas Students (ELICOS)
เพื่อเพิ่มพูนทักษะด้านภาษาแก่นักเรียนต่างชาติ เพื่อศึกษาต่อในระดับต่างๆต่อไป สถาบันภาษาเปิดสอนหลายหลักสูตร เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเลือกเรียน เช่น ภาษาอังกฤษทั่วไป ภาษาอังกฤษเชิงธุรกิจ
2. ประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ( Primary and Secondary Education)
การจัดการระดับประถมศึกษาอยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละรัฐ มีทั้งดำเนินการโดยรัฐบาล เอกชนและองค์กรทางศาสนา ระดับประถมศึกษา มีอายุระหว่าง 6-11 ปี เรียนชั้นปีที่ 1 – 6
ระดับมัธยมต้น เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 7 – 10 หรือเทียบเท่ากับ ม.1-ม.4
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 11 – 12 เทียบเท่ากับ ม.5 – ม.6
3. หลักสูตรพื้นฐาน ( Foundation Studies)
เป็นหลักสูตรเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนต่างชาติ ที่มีคุณสมบัติไม่เพียงพอก่อนเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลีย โดยใช้เวลาเรียนตั้งแต่ 6 เดือน – 1 ปี เมื่อนักเรียนสอบผ่านทุกวิชาของหลักสูตร และได้คะแนนตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดก็สามารถเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาตรีได้เลย
4. อาชีวศึกษาและการฝึกอบรม ( Vocational Education and Training)
เปิดสอนโดยสถาบันของรัฐบาลเรียกว่า Technical and Further Educational (TAFE) และวิทยาลัยเอกชน เป็นการฝึกทักษะเฉพาะด้าน เช่น มัลติมิเดีย การโรงแรม การทำอาหาร เป็นต้น เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตร อนุปริญญา และอนุปริญญาขั้นสูง
5. ระดับอุดมศึกษา (Tertiary Education)
เปิดสอนทั้งระดับ ปริญญาตรี ปริญญญาโท และปริญญาเอก นอกจากนี้ยังเปิดสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตและอนุปริญญาโท อีกด้วย
คะแนนภาษาอังกฤษที่ใช้ในการสมัครเข้าเรียน
| ระดับการศึกษา |
IELTS |
TOEFL |
| แบบข้อเขียน |
แบบคอมพิวเตอร์ |
| มัธยมศึกษา |
5.0-5.5 |
500-525 |
173-195 |
การศึกษาขั้นพื้นฐาน |
5.5-6.5 |
525-550 |
195 |
วิทยาลัย TAFE |
5.5 |
525 |
195 |
มหาวิทยาลัย |
6.0-7.0 |
550-600 |
213-250 |
ระบบการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย
โดยการเรียนการสอนมีทั้งการบรรยาย ( Lectures) ในห้องเรียน การเรียนกลุ่มย่อยและการทดลอง ( Tutorials and Laboratory Sessions) การสัมมนา การค้นคว้าในห้องสมุด การประเมินผล มีทั้งการสอบ การบ้านและรายงาน การมีส่วนร่วมในห้องเรียน
ที่พัก
หอพักนักเรียนประจำ ( Boarding School)
มีเฉพาะในโรงเรียนของเอกชนเท่านั้น เป็นที่พักพร้อมอาหาร 3 มิ้อ และมีพื้นที่นันทนาการสำหรับนักเรียนทุกคนใช้ร่วมกัน
หอพักภายในมหาวิทยาลัย
โดยทั่วๆไปนักศึกษาจะมีห้องเดี่ยว พร้อมเฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้เสื้อผ้า โต๊ะเขียนหนังสือ แต่ใช้ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ เครื่องซักผ้า ร่วมกัน หอพักประเภทนี้จะราคาไม่แพง และสะดวกสบายเนื่องจากอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ปลอดภัย
ที่พักแบบโฮมสเตย์
เป็นการพักอยู่กับครอบครัวชาวออสเตรเลีย เป็นที่นิยมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ เพราะสะดวกสบายและปลอดภัย อีกทั้งยังได้มีโอกาสฝึกภาษาและเรียนรู้วัฒนธรรมออสซี่อีกด้วย ส่วนใหญ่ครอบครัวที่สถาบันเลือกสรรจะอยู่ไม่ไกลจากสถาบัน เดินทางสะดวก ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 165-222 เหรียญออสเตรเลียทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเมืองที่พักด้วย
แฟลต อพาร์ทเมนต์และบ้านเช่า
ส่วนใหญ่มี 2 ประเภท คือ แบบมีเฟอร์นิเจอร์และแบบไม่มีเฟอร์นิเจอร์ ในการเช่าต้องทำสัญญาเช่า 6 เดือน ถึง 1 ปี ส่วนใหญ่นักศึกษามักจะแชร์กันอยู่ประมาณ 2-4 คน สามารถหารายละเอียดที่พักได้จากโฆษณาในหนังสือพิมพ์
การทำงานพิเศษ
นักศึกษาต่างชาติสามารถทำงานได้ 20 ชม./สัปดาห์ ปัจจุบันนักเรียนสามารถทำงานพิเศษได้ทันทีหากมีวีซ่านักเรียน โดยเมื่อทำงานจะต้องทำเรื่องของเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ( Australian Tax File Number) และต้องยื่นเสียภาษีเงินได้เมื่อครบกำหนดปีงบประมาณ ประมาณ วันที่ 30 มิถุนายน ของทุกปี อัตราค่าตอบแทนอยู่ที่ 8 – 16 เหรียญ/ชม. ขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่รับผิดชอบ
ที่มา : หนังสือคู่มือศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA GUIDE 2007) โดย สมาคมแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ |