ภูมิประเทศและที่ตั้ง
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา มีมหาสมุทรล้อมรอบ 3 ด้าน แคนาดาประกอบด้วย 11 มณฑลและ 2 เขตปกครอง อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลกลาง เมื่องหลวง ชื่อ ออตตาวา อยู่ในมณฑล ออนตาริโอ
สภาพภูมิอากาศและฤดูกาล
สภาพอากาศของแคนาดามีความหลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วแคนาดามี 4 ฤดูกาล อุณหภูมิตอนกลางวันของฤดูร้อนจะอยู่ในช่วง 35 องศาเซลเซียสหรือร้อนกว่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำสุดฤดูหนาวอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง จะอยู่ในระดับปานกลาง
ประชากร
แคนาดามีประชากรน้อยมากเมื่อเทียบกับความกล้างใหญ่ของพื้นที่ ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 30 ล้านคนอาศัยตามเมืองใหญ่ต่างๆ ชาวแคนาดาส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพมาจากที่ต่างๆ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี เอเชีย เป็นต้น สังคมของแคนาดาเป็นสังคมแบบผสมผสานของวัฒนธรรม
ภาษา
ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาอังกฤษ แต่ที่มณฑลควิเบค ประชากรจะพูดภาษาฝรั่งเศส แคนาดาเป็นประเทศที่มีภาษาราชการ 2 ภาษา คือ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส
มณฑลและเมืองที่น่ารู้จัก
บริติชโคลัมเบีย ( British Columbia )
ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของแคนาดา ได้ชื่อว่าประตูสู่แปซิฟิค
มีชายฝั่งทะเลที่สวยงาม เมืองที่เป็นที่รู้จัก คือ แวนคูเวอร์ ( Vancouver ) อากาศจะอบอุ่นที่สุด
ออนตาริโอ ( Ontario )
เป็นมณฑลที่เป็นศูนย์กลางทางการเงิน และอุตสาหกรรม เมืองสำคัญ คือ
โตรอนโต ( Toronto ) เมืองหลวง คือ เมืองออตตาวา มีน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียง คือ น้ำตกไนแองการ่า
ระบบการศึกษา
ระดับประถมและมัธยมศึกษา
จะแตกต่างกันไปตามแต่ละมณฑล แต่โดยรวมทั้งสิ้นใช้ระยะเวลาการศึกษา 12 ปี ยกเว้นที่ควิเบค เรียน 13 ปี และเข้าเรียนในระดับปริญญาตรีอีกเพียง 3 ปี ในขณะที่เขตปกครองอื่นใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 4 ปี
ระดับมหาวิทยาลัย
สำหรับนักศึกษาต่างชาติใช้คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 หรือ IELTS 6.0 ระยะการเรียน 3-4 ปี ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย
สำหรับปริญญาโท ใช้เวลาเรียน 1- 2 ปี สามารถเลือกเรียนได้ทั้งแบบ Course Work ฟังบรรยาย และเขียนราบงาน หรือเลือกทำ Project หรือเขียนวิทยานิพนธ์
ปริญญาเอก ใช้เวลาเรียน 3-5 ปี โดยเป็น Course Work ประมาณ 2 ปี ที่เหลือเป็นการค้นคว้างานวิจัย การเสนอรายงานเชิงวิชาการ
ปีการศึกษา
แบ่งเป็น 2 ภาคเรียน คือ ภาคเรียนที่ 1 เดือนกันยายน ถึงธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ช่วงหยุดภาคฤดูร้อน เดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม
โรงเรียนสอนภาษา
มีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษสำหรับชาวต่างชาติที่เรียกว่า English as a Second Language (ESL) และสอนภาษาฝรั่งเศล French as a Second Language (FSL) อยู่ตามเมืองต่างๆทั่วไป
การประกันสุขภาพ
แผนประกันสุขภาพของรัฐบาลจะสะดวกกว่าของเอกชน และเป็นที่ยอมรับมากกว่า กฎระเบียบข้อบังคับค่าเบี้ยประกันสุขภาพของแต่ละมณฑลจะแตกต่างกันไปบ้าง ความคุ้มครองทางการแพทย์จะเริ่มก็ต้อเมื่อนักศึกษาเดินทางถึงประเทศแคนาดาแล้วเท่านั้น
การทำงานระหว่างเรียน
นักศึกษาสามารถทำงานได้ในมหาวิทยาลัยที่กำลังศึกษาอยู่ เช่น ในห้องสมุด ห้องอาหาร สโมสรของมหาวิทยาลัย สำหรับนักศึกษาปริญญาโทหรือเอก สามารถทำงานเป็นผู้ช่วยครูผู้สอน หลังจากสำเร็จการศึกษา นักศึกษาสามารถประกอบอาชีพได้ในสาขาที่สำเร็จการศึกษา โดยขออวีซ่าทำงาน ( Employment Authorization) ได้จากกองตรวจคนเข้าเมืองประเทศแคนาดา
ที่พักอาศัย
การพักกับครอบครัว
ครอบครัวชาวแคนาดายินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ การพักแบบนี้สะดวกและปลอดภัยที่สุด เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในการพัฒนาภาษาอังกฤษ หร้อมกับเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวแคนาดา นักเรียนจะรับประทานอาหารพร้อมเจ้าของบ้าน มีห้องพักส่วนตัว ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 500 - 800 เหรียญต่อเดือน
หอพัก
ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้สถานศึกษา แบะมักใช้ห้องครัว ห้องซักรีด และห้องน้ำร่วมกัน ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 450 850 เหรียญต่อเดือน
บ้านเช่าหรืออพาร์ทเมนต์
ส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างสูง มักไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ แต่จะมีห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอนส่วนตัว บางแห่งจะรวมค่าเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในค่าเช่า ค่าเช่าโดยเฉลีย 500 -1000 เหรียญต่อเดือน แต่นักศึกษาสามารถพักรวมกันและเฉลี่ยนค่าใช้จ่ายร่วมกัน
ข้อควรทราบเกี่ยวกับวีซ่านักเรียน
เมื่อได้รับวีซ่าแล้วนักเรียนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเอกสารที่ได้รับเพื่อจะได้ปฎิบัติตามอย่างถูกต้อง เอกสารดังกล่าวคือ สติ๊กเกอร์ที่ติกในหนังสือเดินทาง หมายถึงใบอนถญาติเข้าเมือง จะรุบุว่านักศึกษาจะเดินทางเข้าประเทศแคนาดาได้กี่ครั้ง และวันที่ Expiry date หมายถึงวันสุดท้ายที่นักศึกษาสามารถเดินทางเข้าประเทศแคนาดาได้ นอกจากนี้ยังมีเอกสารแผ่นใหญ่ที่เรียกว่า Student Authorization เป็กเอกสารแสดงว่านักศึกษาได้รับอนุญาติให้ศึกษาและพักอาศัยในประเทศแคนาดา โดยปกติจะมีอายุเพียง 1 ปี ถ้าประสงค์จะศึกษาต่อนักศึกษาจำเป็นต้องต่ออายุ นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาติให้เดินทางเข้าประเทศ ถ้าไม่มีเอกสาร 2 แผ่นนี้แนบในพาสปอร์ต
ที่มา : หนังสือคู่มือศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA GUIDE 2007) โดย สมาคมแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ |