ภูมิประเทศและที่ตั้ง
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล ใหญ่เป็น 18 เท่าของประเทศไทย ฝั่งตะวันตกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ฝั่งตะวันออกติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ทิศเหนือติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก และอ่าวเม็กซิโก
ภูมิอากาศ
จะแตกต่างกันออกไปตามแต่ละเขต แถบที่อากาศอบอุ่นสบาย ไม่มีหิมะคือ รัฐแคลิฟอร์เนีย ฟลอริดาและอริโซน่า ฤดูกาลทั้งหมดมี 4 ฤดู คือ ฤดูร้อน ช่วงเดือนมิถุนายน สิงหาคม ฤดูใบไม้ร่วง เดือนกันยายน พฤศจิกายน ฤดูหนาว เดือนธันวาคม กุมภาพันธ์ ฤดูใบไม้ผลิ เดือน มีนาคม พฟษภาคม
ประชากร
ประชากรดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกา คือ ชาวอินเดียนแดงหลายเผ่า แต่ประชากรปัจจุบันสืบเชื้อสายมาจากหลายชนชนชาติ รัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด คือ รัฐแคลิฟอร์เนีย รองลงมาคือ นิวยอร์ค ปัจจุบันอเมริกามีประชากรประมาณ 280 ล้านคน
ไฟฟ้า
ระบบของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบ 115 V, 600 cycles ซึ่งแตกต่างจากของประเทศไทย ไม่แนะนำให้นักศึกษาไทยเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าจากประเทศไทยติดตัวไป
ศุลกากร
นักศึกษาสามารถนำเงินสดสกุลดอลลาร์เข้าประเทศในวงเงินสูงสุด US$ 10,000.- ถ้ามากกว่านั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่
ระบบการศึกษา ระบบการศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาใช้ระยะเวลาเรียนทั้งหมด 12 ปี ระดับอุดมศึกษา (High Education) โดยจำแนกออกเป็น 4 ประเทดังนี้
- วิทยาลัยแบบ 2 ปี หรือวิทยาลัยชุมชน ( Junior Colleges and Community Colleges)
- วิทยาลัย ( Colleges) หลักสูตร 4 ปีเปิดสอนในสาขาวิชาต่างๆ ได้รับวุฒิเท่ากับจบปริญญาจากมหาวิทยาลัย
- มหาวิทยาลัย ( University) เปิดสอนในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
- สถาบันเทคโนโลยี ( Institute of Technology ) เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป ส่วนใหญ่มุ่งเน้นในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เงื่อนไขในการรับเข้าเรียน
วิทยาลัย ผลการเรียนควรมีเกรดเฉลีย 2.0 ขึ้นไป และคะแนน TOEFL 450-520
มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี เกรดเฉลี่ย 2.5 ขึ้นไปและ TOEFL 500 ขึ้นไป
ปริญญาโทและปริญญาเอก เกรดเฉลี่ย 2.7 ขึ้นไปสำหรับปริญญาโท และ 3.0 ขึ้นไปสำหรับปริญญาเอก คะแนน TOEFL ไม่ต่ำกว่า 550 หรือ iBT 75 สำหรับโปรแกรม MBA ต้องมีคะแนน GMAT สำหรับนักศึกษาที่สมัครปริญญาโทและเอกในสาขาอื่นๆ ยกเว้นกฎหมาย ส่วนใหญ่ต้องสอบ GRE (Graduate Record Examination)
ที่พักอาศัย
ควรเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มทำการติดต่อสถานศึกษา โดยศึกษาจากเอกสารของสถานศึกษาว่ามีหอพักสำหรับนักศึกษาหรือไม่ หากมีที่พักเป็นอย่างไร เนื่องจากสถานศึกษาบางแห่งมีหอพักจำนวนจำกัด นักศึกษาจึงควรสำรองที่พักไว้ล่างหน้า
ที่พักในสถานศึกษา (On-Campus Housing) มีหลายประเภท คือ
- Dormitory หรือ Residence Hall
คือ หอพักสำหรับนักศึกษาที่เป็นโสด หรือไม่ได้นำครอบครัวไปด้วย อาจแบ่งเป็นหอพักหญิง หอพักชาย หรือหอพักรวม มีทั้งที่เป็นห้องคู่ ห้องเดี่ยว ห้องรวม 4 คน ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานศึกษา
- Married Housing
เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาที่แต่งงานแล้วและนำครอบครัวไปด้วย ยางแห่งจัดไว้เป็นหมู่บ้าน มีทั้งที่เป็นแบบ Studio ห้องนอนเดี่ยวหรือคู่ อาจมีเฟอร์นิเจอร์หรือไม่มีก็ได้
- Apartment
ค่าเช่าจะแพงกว่าที่พัก 2 แบบแรก แต่นักศึกษามีอิสระมากกว่าสามารถทำอาหารรับประทานเอง
ที่พักนอกสถานศึกษา ( Off-Campus Housing)
มักเป็นที่พักของเอกชน สามารถปรึกษาเจ้าหน้าที่ Housing office หรือที่ปรึกษานักศึกษาต่างชาติ (Foreign Student Advisor) ในเรื่องของข้อมูลรายละเอียดต่างๆ มีทั้งแบบที่เป็น Apartment, Rooming House หรือ Family
ที่มา : หนังสือคู่มือศึกษาต่อต่างประเทศ (TIECA GUIDE 2007) โดย สมาคมแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ |