 |
 |
การเรียนคอร์สเรียนที่ยอดเยี่ยมนั้นย่อมจะเป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก นำไปสู่โอกาสที่ดีขึ้น
ในหน้าที่การงาน ไม่มีอะไรที่จะคุ้มค่าเท่ากับการลงทุนเรียนในโปรแกรมที่มีคุณภาพเช่นนี้
นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมนักเรียนมากมายถึงต้องการมาเรียนต่อในสหราชอาณาจักร นักเรียนเหล่านั้นรู้ว่าตน
จะได้รับการศึกษา การวิจัย การช่วยเหลือนักเรียนแบบชั้นหนึ่ง
เมื่อมาเรียนที่ประเทศอังกฤษ นักเรียนคาดหวังว่าจะได้รับผลประโยชน์จากการวิจัยที่ยอดเยี่ยม
สิ่งอำนวยความสะดวกเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย และระบบการจัดการช่วยเหลือนักเรียนที่ถูกสร้าง
ขึ้นมาอย่างดี อันที่จริงแล้วการศึกษาของสหราชอาณาจักรอยู่ในระดับท็อปของวงการการศึกษามาแต่
ไหนแต่ไรแล้ว เนื่องจากสหราชอาณาจักรมีระบบที่พิถีพิถันมากในการประเมิณผลและรักษามาตรฐาน
เป็นเรื่องที่ดีสำหรับนักเรียนที่ต้องการมาเรียนต่อเพราะนักเรียนจะมั่นใจได้ว่ามาตราฐานเหล่านี้
จะยังคงอยู่และการศึกษาที่นักเรียนจะได้รับเป็นการศึกษาที่ได้มาตรฐานระดับสูงสุด
ไม่เพียงเท่านี้เมื่อไม่นานมานี้กองทุนของรัฐบาลเพื่อส่งเสริมการศึกษาได้เพิ่มจำนวนทุนขึ้นตามจำนวน
ของมหาวิทยาลัยที่มีมากขึ้นในประเทศ ไม่มีเวลาไหนที่ดีไปกว่าี้นี้ ีอีกแล้วที่จะมาเรียนต่อสหราชอาณาจักร

Postgraduates คือการเรียนหลังจากจบปริญญาตรี
ในขณะนี้มีนักเรียนต่างชาติกว่า 167,000 คน เรียน Postgraduates
programmes อยู่ในสหราชอาณาจักร เกือบจะเป็น 1/3 ของนักเรียน Postgraduates ของทั้งประเทศ (575,000 คน)
นักเรียน Postgraduate มีมาจากหลายทาง หลายแขนง แต่ละคนก็
มีความต้องการที่แตกต่างกัน สหราชอาณาจักรมีคอร์ส Post-
graduate ที่ยืดหยุ่นทำให้ตรงกับความต้องการของนักเรียนในทุกๆ
ประเภท
ยกตัวอย่างเช่น ถ้านักเรียนมีงานที่ต้องทำหรือมีครอบครัว
ที่ต้องดูแล คอร์สเรียน part-time หรือเรียนทางไกลก็สามารถหา
เรียนได้ไม่ยาก
ด้วยความหลากหลายของคอร์ส Postgraduates ที่เปิดสอนอยู่ใน
สหราชอาณาจักรขณะนี้ ต้องมีคอร์สใดคอร์สหนึ่งที่ตรงกับความ
ต้องการของนักเรียอย่างแน่นอน เนื่องจากการเรียนต่อหลังจบ
ปริญญาตรีนักเรียนจะต้องลงทุน ทั้งเวลาและเงิน เพราะฉะนั้น
ควรถามตัวเอง ด้วยคำถามต่อไปนี้ก่อน ทำไมต้องการเรียนเพิ่มเติม? ต้องการได้รับอะไรหลังเรียนจบ? ต้องการเรียนที่ไหน? |
 |

นักเรียนเลือกที่จะเรียน Postgraduate มีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเรียนในเชิงวิชาการหรือเชิงวิชาชีพ นักเรียนหลายคนที่ทำงานไปแล้วและมาเรียน
Postgraduate ก็เพื่อที่จะพัฒนาทักษะที่มีอยู่แล้วหรือเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมช่วยในการเปลี่ยนสายอาชีพ

Postgraduate foundation/Pre-master’s course
คอร์สนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนก่อนจะเรียน Postgraduate ในสหราชอาณาจักร
โดยปกติหลักสูตรจะประกอบด้วยการเรียนภาษาอังกฤษ การเรียนเชิงวิชาการ และฝึกทักษะในการทำวิจัย ระยะเวลาของหลักสูตรก็หลากหลายตั้งแต่ไม่กี่เดือนไปจนถึง 1 ปี บางคอร์สเมื่อเรียนจบหลักสูตรจะนำไป
สู่การได้ใบประกาศเพื่อนำไปใช้ในวิชาชีพ หรือบางคอร์สก็จะเป็นเส้นทางตรงให้นักเรียนเข้ามหาวิทยาลัย
เพื่อเรียนปริญญาโทต่อไป
Taught Certificate/Diploma/Master’s
คอร์สที่มีการเรียนการสอน (Taught course) เป็นคอร์สที่มีตัวเลือกมากที่สุดในระดับ Postgraduate
ซึ่งจะมีทางเลือกให้กับนักเรียน 3 ทางคือ
Postgraduate Certificate – เมื่อนักเรียนเรียนจบครึ่งหลักสูตร
Postgraduate Diploma – เมื่อเรียนจบหลักสูตร
Master Degree – เมื่อเรียนจบหลักสูตรและ มี dissertation ที่ผ่านการพิจารณาจากทางคณะ
ระยะเวลาที่ใช้ในการปริญญาโทส่วนมากจะใช้เวลา 1 ปี การเรียนมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการเขียน
เรียงความ การทำโครงการวิจัย การฝึกงาน การเรียนในห้อง และการอภิปรายกลุ่ม เป็นต้น
เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคอร์สที่มีการเรียนการสอน ที่นักเรียนจะได้จับกลุ่มอภิปรายเพื่อแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นและประสบการณ์
Research Master’s
คอร์สปริญญาโทส่วนใหญ่จะมีการทำวิจัยเป็นส่วนประกอบอยู่แล้ว แต่สำหรับ MPhil, MRes หรือ MA/MSc by research จะเป็นการมุ่งเน้นไปทางด้านการวิจัยโดยตรงและแทบจะไม่มีการเรียนการสอนเลย
อย่างไรก็ตามนักเรียนที่เรียนเน้นด้านการทำวิจัยนี้จะได้ทำงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ทางวิชาการและอาจารย์ที่ปรึกษา อาจจะได้ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่บางคนหรือเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยนั้นๆ
การฝึกฝนทำวิจัยจะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เพิ่มพูนทักษะและมีประสบการณ์ในการทำวิจัยและเข้าใจในตัววิชานั้นๆ นักเรียนสามารถดัดแปลงทักษะที่ได้รับจากการฝึกฝนทำงานวิจัยไปใช้กับงานแทบทุกด้าน
การประเมิณผลของคอร์สปริญญาโทแบบมุ่งเน้นทำวิจัยจะดูที่ผลงาน dissertation 30,000 – 40,000 คำ
ซึ่งใช้เวลา 1 – 3 ปี
Doctorate
เป็นคอร์สสูงสุดในระดับการศึกษา Postgraduate ซึ่งเข้มข้นและนักเรียนต้องมีเวลา ความอุทิศตน และ
แหล่งเงินทุน การเรียนแบบเต็มเวลาในระดับนี้สามารถเรียนจบได้เร็วที่สุด 3 ปี แต่โดยส่วนมากแล้วจะใช้
้เวลา 4 ปีการประเมิณผลของคอร์สปริญญาเอกจะดูที่ผลงาน dissertation 100,000 คำ ในขอบเขต
ของหัวข้อวิจัย
New Route PhDs
คอร์สปริญญาเอกแบบการเรียนการสอน ปกติใช้เวลา 4 ปีเพื่อเรียนจบหลักสูตร และบางหลักสูตรก็จะมีการฝึกงานด้วย การประเมิณผลจะเป็นการประเมิณผลการเรียนต่อเนื่องหรือผลการสอบ

เมื่อนักเรียนตัดสินใจได้แล้วว่าจะเรียนอะไร นักเรียนก็จะสามารถ
เลือกมหาวิทยาลัยและคณะที่ใช่สำหรับตัวเองได้โดยการพิจารณา
จุดแข็งของคณะที่อยากเรียนกับความต้องการของตัวเอง การตรวจ
สอบรายวิชาในแต่ละคอร์สเป็นเรื่องที่สำคัญมากและต้องทำให้แน่ใจ
ว่าคอร์สนั้นๆเหมาะสมสำหรับตัวเอง
คอร์สที่มีชื่อเหมือนกันในแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะมีการสอนวิชาที่
แตกต่างกันก็ได้เพราะฉะนั้นนักเรียนต้องตรวจสอบดูให้ดี การตัดสิน
ใจว่าจะเลือกเรียนที่ไหนสำคัญพอๆกับการตัดสินใจว่าจะเลือกเรียน
อะไร เพราะนักเรียนอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนหลายปี เพราะฉะ-
นั้นการรู้สึกสบายและมีความสุขในที่เรียนก็เป็นสิ่งสำคัญด้วย
ปัจจัยที่นักเรียนสามารถนำมาพิจารณาในการเลือกสถานที่เรียนคือ
ขนาดของเมือง ความใกล้/ไกลกับเมืองอื่นๆ ค่าครองชีพ อากาศ
และที่พัก เป็นต้น สำหรับนักเรียนที่มีครอบครัวและมีเด็กมาด้วย
การพิจารณาเรื่อง Childcare ก็เป็นสิ่งสำคัญ
|
 |

แน่นอนว่าชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด แต่ให้นักเรียนระวัง!!
อย่าตัดสินใจเพียงเฉพาะชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยที่นักเรียนได้ยินมาเท่านั้น ให้นักเรียนพิจารณา
ูด้วยว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆมีคอร์สที่เราต้องการเรียนและเหมาะสมกับเรารึเปล่า
องค์กรตรวจสอบคุณภาพการศึกษาหลายแห่งสามารถช่วยให้นักเรียนตรวจสอบระดับคุณภาพของ
แต่ละคณะ/มหาวิทยาลัยที่นักเรียนอยากจะไปเรียนได้ องค์กรหลักสำหรับการตรวจสอบคุณภาพคือ
Quality Assurance Agency for Higher Education (www.qaa.ac.uk) และ
Research Assessment Exercise (RAE) (www.rae.ac.uk) องค์กรเหล่านี้จะตรวจสอบนโยบาย
และการปฎิบัติของสถานศึกษาและตัดสินว่าสถานศึกษาเหล่านั้นได้ให้การศึกษาที่มีคุณภาพสูง
และให้ความช่วยเหลือแก่นักเรียนเป็นอย่างดีหรือไม่
นักเรียนยังสามารถเข้าไปที่เวบไซต์ของมหาวิทยาลัยเองเพื่อศึกษาข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด
ของเจ้าหน้าที่หรือความถนัด จุดเด่น/จุดแข็ง ของมหาวิทยาลัย สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนคอร์สทำวิจัย
เป็นเรื่องจำเป็นว่าที่ควรจะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ที่นักเรียนอยากให้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้มากที่สุด
เพราะความนักเรียนต้องทำวิจัย ทำงานร่วมกับเป็นเวลาหลายปี หากเป็นไปได้ ให้นักเรียนไปเยี่ยม
มหาวิทยาลัย อาจจะพูดคุยกับนักศึกษาที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ สอบถามประสบการณ์
ความพอใจ และความคิดเห็นต่างๆเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ตรวจสอบสิ่งอำนวยความสะดวกในด้าน
การเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย เช่น ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเรียน พื้นที่ทบทวนหนังสือ
ร้านค้า ร้านอาหารในมหาวิทยาลัย เป็นต้น

นักเรียนระดับ Postgraduate และนักเรียนระดับ Undergraduate จะมีชีวิตที่แตกต่าง
ไม่ว่าจะเป็นการได้เรียนในห้องเรียนที่เล็กกว่า การทำงานที่ท้าทายและใช้ระยะเวลานานกว่า
นักเรียนต้องจัดการการเรียนของตัวเองมากกว่าแต่ก่อน ยังดีที่สโมสรนักศึกษาจะมีสังคมชาว
Postgraduate ทำให้นักเรียนสามารถแบ่งบันความคิด ทางแก้ไขปัญหา หรือขอความช่วยเหลือ
ต่างๆได้ที่นี่

มหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักรทำงานอย่างหนักที่จะรักษาการศึกษาให้ได้มาตรฐานระดับสูงสุด
ทำการสอนและการวิจัยสอดคล้องไปกับระดับนานาชาติ องค์กรพันธมิตรได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ทั้งทางธุรกิจ อุตสาหกรรม ภาครัฐและเอกชน ทางภาคการศึกษาก็มีความตั้งใจที่จะทำงานอย่างแข็งขัน
และเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคม
ยิ่งไปกว่านั้น สหราชอาณาจักรได้ขยายบทบาททางการศึกษาขั้นสูงมากขึ้นในสังคม
ดูได้จากมหาวิทยาลัยที่เพิ่งเปิดใหม่ 17 มหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 2003 และอีกกว่า 20 สถาบัน
ที่มีการวางแผนไว้ ทางรัฐบาลได้ประเมิณคร่าวๆว่าจะสามารถรองรับนักเรียนได้อีกกว่าหมื่นคน
ขอบคุณที่มา : Postgraduate UK 2010 l www.educationuk.org

:: Related Links ::
รายชื่อมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ
การเตรียมตัวเพื่อเข้าเรียนต่อปริญญาตรีในสหราชอาณาจักร
|